บราวนี่ขนมอบรสช็อกโกแลต อร่อยเข้มไม่เหมือนใคร

บราวนี่ เป็นขนมอบตระกูลเดียวกันกับขนมเค้กและคุกกี้ ว่ากันว่าที่มาของบราวนี่นั้น เกิดจากการทำขนมเค้กผิดสูตร เป็นขนมเค้กที่ลืมใส่ผงฟู ทำให้เนื้อเค้กที่ได้มีความเหนียวหนึบหนับ รสชาติเข้มข้น นิยมทานกับโกโก้หรือช็อกโกแลตร้อน ปัจจุบันบราวนี่ได้รับการพัฒนาสูตรความอร่อยให้มีรูปแบบและรสชาติที่หลากหลายมากขึ้น แต่โดยรวมแล้วยังคงเน้นรสชาติเข้มข้นของช็อกโกแลตเช่นเดิม

สูตรอร่อยขนมอบรสช็อกโกแลตเข้มข้น ทำง่าย รสชาติโดนใจ

ด้วยเพราะบราวนี่ เป็นขนมอบเช่นเดียวกับขนมเค้กและคุกกี้ ขั้นตอนและวิธีทำบราวนี่จึงมีวิธีการทำที่คล้ายคลึงกัน อาจแตกต่างกันอยู่บ้างในเรื่องของส่วนผสม ดังนั้น หากใครมีอุปกรณ์ทำขนมเบเกอรี่พร้อมอยู่แล้ว เราก็ไปเข้าครัวทำบราวนี่กันเลย

ขอบคุณภาพจาก postjung.com

ส่วนผสมสำคัญของบราวนี่

1.แป้งอเนกประสงค์ 50 กรัม

2.ไข่ไก่ (เบอร์ 1) 1 ฟอง

3.เนยจืด 28 กรัม

4.น้ำตาลทรายขาว 50 กรัม

5.น้ำตาลทรายแดงสีเข้ม 50 กรัม

6.ผงโกโก้ 6 กรัม

7.ผงฟู 2 กรัม

8.กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา

9.ดาร์กช็อกโกแลต 70% 100 กรัม

10.ดาร์กช็อกโกเเลตชิพ 70% 50 กรัม

11.เกลือเล็กน้อย

ขอบคุณภาพจาก coffeefavour.com

ขั้นตอนและวิธีทำบราวนี่

1.นำดาร์กช็อกโกแลต 70% และเนยที่เตรียมไว้ ไปละลายก่อน โดยให้นำส่วนผสมทั้งสองอย่างนี้ใส่ถ้วยกันความร้อน จากนั้นต้มหม้อน้ำให้เดือด นำถ้วยดาร์กช็อกโกแลตและเนยวางบนหม้อที่มีน้ำร้อน ทิ้งไว้จนละลาย

2.ตอกไข่ใส่ชามผสม ตามด้วยน้ำตาลทรายแดง น้ำตาลทรายขาวและกลิ่นวนิลลา ตีให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันประมาณ 5- 10 นาที

3.นำดาร์กช็อกโกแลต 70% และเนยที่ละลายแล้วใส่ลงไปในชามผสมไข่ ตีให้เข้ากันอีกครั้งจนส่วนผสมทั้งหมดเป็นเนื้อเดียวกัน

4.ร่อนแป้งอเนกประสงค์ ผงฟู ผงโกโก้และเกลือ ใส่ชามผสมอีกใบ คนส่วนผสมเบาๆ ให้เข้ากัน จากนั้นนำไปใส่ในชามผสมไข่

5.ใส่ดาร์กช็อกโกเเลตชิพ 70% ตามลงไป คนส่วนผสมทั้งหมด รวมทั้งแป้งและดาร์กช็อกโกเเลตชิพให้เขากันดี

6.วอร์มเตาอบให้ร้อนก่อนอบขนม เปิดเตาอบที่อุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียส ประมาณ 10 นาทีเพื่อให้เตาอบร้อนได้ที่ จากนั้นลดความร้อนลง

7.เตรียมภาชนะสำหรับนำเข้าเตาอบ นำส่วนผสมบราวนี่ที่ได้ใส่ถาดหรือพิมพ์ สำหรับใครที่ชื่นชอบธัญพืชและถั่วต่างๆ สามารถโรยหน้าด้วยถั่วและธัญพืชตามชอบได้ จะช่วยเพิ่มความอร่อยให้มากขึ้น จากนั้นนำบราวนี่ไปอบในเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ประมาณ 12-14 นาที

8.เมื่ออบบราวนี่ได้ตามเวลาที่กำหนดแล้ว นำออกจากเตาอบ พักไว้ให้เย็นประมาณ 10 – 15 นาที จึงตัดแบ่งและจัดใส่จานพร้อมเสิร์ฟกับช็อกโกแลตหรือโกโก้ร้อน

ขอบคุณภาพจาก madeinrecipes.com

ปัจจุบันบราวนี่ได้รับความนิยมในทุกเพศทุกวัย นิยมทานคู่กับเครื่องดื่มแก้วโปรด ทานเป็นของว่างหรือทำเป็นของฝาก ก็ได้รับความนิยมเช่นกัน ซึ่งถ้าหากใครอยากทำบราวนี่ให้อร่อยนั้น ก็ไม่ยากเลยสักนิด เพียงทำตามขั้นตอนและวิธีทำบราวนี่ที่เรานำมาฝากข้างต้น ในบางขั้นตอนอาจมีความยุ่งยากอยู่บ้าง แต่เมื่อได้ลองทำไปแล้วคุณจะรู้ได้เลยว่าการทำขนมเบเกอรี่ไม่ได้ยากอย่างที่คิด ที่สำคัญอร่อยรสชาติเข้มข้นไม่ต่างจากมืออาชีพเลยจริงๆ